Macro Calculator: แปลงเป้าแคลอรี่เป็นกรัม protein คาร์บ และไขมัน
คำนวณเป้าแคลอรี่และ macro รายวัน ทั้ง protein คาร์โบไฮเดรต และไขมัน จากน้ำหนักตัว ระดับกิจกรรม และเป้าหมาย ด้วยสมการ Mifflin-St Jeor ฟรี เป็นส่วนตัว และประมวลผลในเบราว์เซอร์ 100%
Table of Contents
Macro Calculator: แปลงเป้าแคลอรี่เป็นกรัม protein คาร์บ และไขมัน
แคลอรี่ตัดสินว่าน้ำหนักคุณจะขยับไปทางไหน ส่วน macro ตัดสินว่าร่างกายคุณจะเป็นองค์ประกอบแบบไหนระหว่างที่น้ำหนักขยับ คนสองคนกินแคลอรี่เท่ากัน 2,200 kcal อาจจบลงที่คนละที่สุด — คนหนึ่งฟิตขึ้นและแข็งแรงขึ้น อีกคนหย่อนและอ่อนแรงลง — แล้วแต่ว่าแคลอรี่นั้นมาจากอะไร protein คาร์โบไฮเดรต และไขมัน คือเครื่องมือปรับที่เปลี่ยนตัวเลขแคลอรี่ให้กลายเป็นผลลัพธ์ด้านองค์ประกอบร่างกายจริง ๆ
Macro Calculator ฟรีของเราทำการแปลงนี้ให้ในหน้าจอเดียว กรอกน้ำหนักตัว ส่วนสูง อายุ เพศ ระดับกิจกรรม และเป้าหมาย เครื่องมือจะประมาณ BMR ด้วยสมการ Mifflin-St Jeor ปรับขึ้นเป็นเป้าแคลอรี่รายวันสำหรับลด รักษา หรือเพิ่ม แล้วหั่นเป็นเป้ากรัมของ protein คาร์บ และไขมัน ที่เอาไปใส่แอปนับอาหารได้ทันที ทุกอย่างประมวลผลในเบราว์เซอร์ — ไม่มีการอัปโหลด จัดเก็บ หรือติดตาม
บทความนี้พาเดินตามไปป์ไลน์ทั้งหมดพร้อมตัวอย่างคำนวณเต็มรูปแบบ เพื่อให้คุณรู้ไม่แค่ตัวเลขของตัวเอง แต่รู้ด้วยว่าตัวเลขมาจากไหน และควรปรับเมื่อไหร่
ทำไมต้องใช้ Macro Calculator?
- เป้าหมายกลายเป็นกรัมที่ทำตามได้ — "กินดีขึ้น" ไม่ใช่แผน แต่ 176 g protein, 235 g คาร์บ และ 61 g ไขมัน คือแผนที่ลงมือทำได้จริงในแต่ละวัน
- protein ปรับตามเป้าหมาย — ตอนลดเครื่องมือเพิ่ม protein เป็น 2.2 g ต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวเพื่อปกป้องกล้ามเนื้อ และตั้งไว้ที่ 1.8 g ต่อกิโลกรัมสำหรับรักษาและเพิ่ม เพราะความต้องการเปลี่ยนตามเป้าหมาย
- สมการ Mifflin-St Jeor — สูตรที่นักกำหนดอาหารแนะนำสำหรับคนทั่วไป แม่นยำกว่าสูตร Harris-Benedict รุ่นเก่าอย่างชัดเจน
- ความเป็นส่วนตัวโดยดีไซน์ — ข้อมูลร่างกายเป็นเรื่องส่วนตัว ทุกการคำนวณรัน client-side สิ่งที่คุณพิมพ์ไม่หลุดออกจากเครื่อง
- ผลลัพธ์ทันที ก๊อปได้ — ค่าอัปเดตตามที่คุณลองเล่น ปุ่ม Copy ส่งมอบตัวเลขครบชุดพร้อมวางลงแอปนับอาหาร
ฟีเจอร์หลัก
| ฟีเจอร์ | สิ่งที่ทำ |
|---|---|
| BMR แบบ Mifflin-St Jeor | ประมาณการเผาผลาญพักจากน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ |
| 5 ระดับกิจกรรม | คูณ BMR ด้วย 1.2-1.9 เป็นการใช้พลังงานรายวัน |
| 3 เป้าหมาย | ลด 20% สำหรับ cut เพิ่ม 10% สำหรับ bulk เท่าเดิมสำหรับ maintain |
| protein ตามน้ำหนักตัว | 2.2 g/kg ตอนลด และ 1.8 g/kg ในกรณีอื่น |
| คาร์บเติมส่วนที่เหลือ | ไขมันกิน 25% ของแคลอรี่ ส่วนคาร์บดูดซับที่เหลือทั้งหมด |
| ตรวจสอบค่าที่กรอกในตัว | ช่วงค่าที่สมเหตุสมผลช่วยจับพิมพ์ผิดก่อนผลลัพธ์ออกมา |
- การ์ดสรุปโชว์ทั้ง BMR และ TDEE เคียงเป้าแคลอรี่ เห็นทุกขั้นของการคำนวณ ไม่ใช่แค่คำตอบสุดท้าย และปุ่ม Reset ล้างฟอร์มในคลิกเดียว
วิธีใช้งาน Macro Calculator
- กรอกข้อมูลร่างกาย — อายุ เพศ ส่วนสูง และน้ำหนักปัจจุบันเป็นกิโลกรัม คือสี่ค่าที่ใช้ประมาณ BMR
- เลือกระดับกิจกรรม — เลือกตามสัปดาห์ปกติของคุณ ไม่ใช่สัปดาห์ที่ดีที่สุด ความซื่อสัตย์ตรงนี้สำคัญที่สุด
- เลือกเป้าหมาย — cut, maintain หรือ bulk เครื่องมือจะปรับแคลอรี่และตัวคูณ protein ให้เองอัตโนมัติ
- อ่านเป้าหมาย — ได้ครบ BMR, TDEE, แคลอรี่รายวัน และกรัมของ protein คาร์บ ไขมัน แผนกินครบชุดในสี่ตัวเลข
- ก๊อปแล้วเริ่มนับ — วางลงแอปนับอาหาร แล้วคำนวณใหม่เมื่อน้ำหนักหรือตารางซ้อมเปลี่ยน
จาก Mifflin-St Jeor สู่ macro
ไปป์ไลน์ของเครื่องมือตรงไปตรงมา: ข้อมูลร่างกายเป็น BMR, BMR เป็น TDEE, TDEE เป็นแคลอรี่, แคลอรี่เป็น macro แต่ละขั้นเช็คด้วยมือได้สบาย ๆ
ขั้นที่ 1: BMR ด้วยสมการ Mifflin-St Jeor
อัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) คือพลังงานที่ร่างกายเผาผลาญตอนพักสนิท:
- ชาย: BMR = 10 × น้ำหนัก(กก.) + 6.25 × ส่วนสูง(ซม.) − 5 × อายุ + 5
- หญิง: BMR = 10 × น้ำหนัก(กก.) + 6.25 × ส่วนสูง(ซม.) − 5 × อายุ − 161
ต่างกันแค่ค่าคงที่ตัวสุดท้าย น้ำหนักคือตัวแปรที่โดดที่สุด — ทุกกิโลกรัมเพิ่มการเผาผลาญราว 10 kcal ต่อวัน — เป้าหมายของคุณจึงควรขยับตามน้ำหนักที่เปลี่ยนไป
ขั้นที่ 2: TDEE ด้วยตัวคูณกิจกรรม
BMR คือเพดานล่าง ไม่ใช่งบประมาณ TDEE (พลังงานที่ใช้ต่อวันทั้งหมด) คูณ BMR ด้วยตัวคูณกิจกรรม:
| ระดับ | คำอธิบาย | ตัวคูณ |
|---|---|---|
| Sedentary | แทบไม่ออกกำลังกาย | 1.2 |
| Light | ซ้อม 1-3 วัน/สัปดาห์ | 1.375 |
| Moderate | ซ้อม 3-5 วัน/สัปดาห์ | 1.55 |
| Active | ซ้อม 6-7 วัน/สัปดาห์ | 1.725 |
| Very active | ซ้อมหนักทุกวัน | 1.9 |
ขั้นที่ 3: ปรับตามเป้าหมาย
เป้าหมายที่เลือกกำหนดเป้าแคลอรี่สุดท้าย ตัว cut ใช้ตัวคูณ 0.8 — ดีฟิซิต 20% ซึ่งอยู่ปลายแน่นของช่วง 15-20% ที่โค้ชส่วนใหญ่แนะนำ ตัว bulk ใช้ 1.1 — เซอร์พลัส 10% ที่ให้เนื้อสร้างได้จริงโดยไม่ต้องเอาส่วนเกินมาลดทีหลัง ส่วน maintain คือ TDEE เท่าเดิม
ขั้นที่ 4: ล็อก protein ก่อนอย่างอื่น
protein ถูกกำหนดก่อนเพราะหน้าที่ชัดที่สุด: สร้างและรักษากล้ามเนื้อ งานวิจัยด้านโภชนาการกีฬาสอดคล้องกันที่ราว 1.6-2.2 g ต่อกิโลกรัมต่อวันสำหรับคนซ้อมหนัก — มากพอเพิ่มกล้ามเนื้อตอนเซอร์พลัส และปกป้องมวลกล้ามตอนดีฟิซิต ซึ่งเป็นช่วงที่ความเสี่ยงสลายกล้ามเนื้อสูงสุด เครื่องมือจึงใช้ 1.8 g/kg สำหรับ maintain และ bulk และปลายบนของช่วงคือ 2.2 g/kg สำหรับตัว cut
ขั้นที่ 5: หั่นที่เหลือระหว่างคาร์บกับไขมัน
พอ protein ล็อกแล้ว ไขมันได้ 25% ของแคลอรี่ทั้งหมด — มากพอสำหรับฮอร์โมนและการดูดซึมวิตามิน — แล้วคาร์บเติมส่วนที่เหลือทั้งหมด คาร์บได้ส่วนที่เหลือเพราะเป็นเชื้อเพลิงราคาถูกสำหรับซ้อมหนัก และเป็น macro ที่ปรับขึ้นลงง่ายที่สุด
ตัวอย่างคำนวณเต็มรูปแบบ
สมมติ ชาย 80 กก. สูง 178 ซม. อายุ 30 ปี ซ้อมระดับ moderate (3-5 วัน/สัปดาห์) กำลังจะ cut:
- BMR = 10 × 80 + 6.25 × 178 − 5 × 30 + 5 = 1,768 kcal/วัน
- TDEE ที่ moderate (1.55) = 1,767.5 × 1.55 ≈ 2,740 kcal/วัน
- เป้าแคลอรี่ สำหรับ cut (× 0.8) ≈ 2,192 kcal/วัน
- Protein ที่ 2.2 g/kg = 80 × 2.2 = 176 g (ราว 32% ของแคลอรี่)
- ไขมัน ที่ 25% ของแคลอรี่ = 2,192 × 0.25 ÷ 9 ≈ 61 g (ราว 25%)
- คาร์บ เติมส่วนที่เหลือ: (2,192 − 176 × 4 − 61 × 9) ÷ 4 ≈ 235 g (ราว 43%)
ข้อมูลหกช่อง เหลือตัวเลขหกตัว ได้แผนกินครบทั้งวัน — สูตรเดียวกับที่เครื่องมือรันให้ทันทีที่กดปุ่ม
สูตรเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยของประชากร ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การตั้งครรภ์ โรคประจำตัว และยา ล้วนเปลี่ยนภาพรวม หากเกี่ยวข้องกับคุณ ควรกำหนดเป้าหมายร่วมกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
กรณีใช้งานจริง
ช่วงเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
เซอร์พลัส 10% ทำให้บัลค์มีประสิทธิภาพโดยไม่สะสมไขมันเกิน ส่วน protein 1.8 g/kg เลี้ยงการซ่อมแซม อย่าลืมคำนวณใหม่เมื่อตาชั่งขยับขึ้น เพราะทุกกิโลที่เพิ่มดันทั้ง BMR และเป้า protein
ช่วงลดไขมัน
ตอน cut คือจุดที่ความแม่นยำของ macro คุ้มค่าที่สุด ดีฟิซิต 20% เห็นผลรายสัปดาห์แต่ยังเก็บแรงในยิมไว้ได้ และ protein ที่เพิ่มขึ้นช่วยปกป้องกล้ามเนื้อที่คุณกำลังลดน้ำหนักเพื่อให้เห็นมัน ตัดสินผลจากเทรนด์รายสัปดาห์ ไม่ใช่วันเดียว
ช่วงพักแบบรักษาน้ำหนัก
การพักแบบ maintain สองถึงสี่สัปดาห์ที่ระดับ TDEE ช่วยให้ cut ยาว ๆ อยู่รอดได้ และรักษาองค์ประกอบร่างกายให้นิ่งระหว่างที่ความเหนื่อยล้าจากไดเอทค่อย ๆ จางหาย
เตรียมฤดูกาลของนักกีฬา
โหลดซ้อมหนักยุติธรรมพอให้ใช้ตัวคูณ very active หน้าฤดูใช้เซอร์พลัสเล็ก ๆ สร้างพื้นฐาน กลางฤดูใช้ maintain รักษาพลังงาน และตัดน้ำสั้น ๆ ก่อนคัดเลือกใช้ดีฟิซิตเต็มช่วงคู่ protein สูงสุด เห็น BMR, TDEE และเป้าเปียงกันทำให้การขยับแบบนี้เป็นแผน ไม่ใช่การเดา
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
- ชั่งอาหารจริง — การกะประมาณตาเปล่าเพี้ยนได้หลายร้อยแคลอรี่ ตาชั่งครัวทำให้เป้ากรัมเป็นจริง
- คำนวณใหม่ทุก 4-6 สัปดาห์ — น้ำหนักขยับ 2-3 กก. พอทำให้ทั้งแคลอรี่และ protein เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ
- วันที่แผนพัง ให้เอา protein มาก่อน — พอวันไหนไปไม่ถึง เอาตัวเลข protein ให้ถึงก่อน แล้วปล่อยให้คาร์บกับไขมันยืดหยุ่น
- ปรับตามผลลัพธ์ ไม่ใช่ตามสูตร — ถ้าสองสัปดาห์ที่นับอย่างซื่อสัตย์แล้วเทรนด์นิ่ง ขยับแคลอรี่ 100-200 kcal แล้ววัดใหม่
- มองส่วนแบ่งคาร์บ-ไขมันว่าปรับได้ — พื้นไขมัน 25% เป็นค่าเริ่มต้น ไม่ใช่กฎเหล็ก
ตั้งเป้า macro ของคุณวันนี้
ข้อมูลหกช่อง กลายเป็นแผนระดับกรัมชุดเดียว: Mifflin-St Jeor ให้ BMR, ตัวคูณกิจกรรมให้ TDEE, เป้าหมายปรับแคลอรี่, และ protein-first หั่น macro เปิด Macro Calculator กรอกข้อมูลของคุณ แล้วเปลี่ยนเป้าหมาย — cut, maintain หรือ bulk — ให้เป็นสามตัวเลขที่เริ่มทำได้ตั้งแต่มื้อถัดไป ฟรี ทันที และเป็นของคุณทั้งหมด
เครื่องมือที่เกี่ยวข้องที่คุณอาจสนใจ:
- BMR & TDEE Calculator — เจาะลึกไปป์ไลน์ BMR และ TDEE พร้อมเป้าหมายให้เลือกมากกว่า
- BMI Calculator — ดูว่าน้ำหนักปัจจุบันของคุณอยู่ช่วง BMI มาตรฐานตรงไหน
- Calorie Calculator — ประมาณแคลอรี่อย่างเดียวแบบเร็ว ๆ เมื่อไม่ต้องการ macro
กินอย่างมีเจตนา — ขอให้ protein ของคุณถึงเป้าทุกวัน และตาชั่งขยับไปในทิศที่ตั้งใจ
คำถามที่พบบ่อย
ถ: Macro Calculator ใช้สมการอะไร?
ตอบ: สมการ Mifflin-St Jeor ซึ่งประมาณ BMR จากน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ เป็นสูตรที่ได้รับการแนะนำมากที่สุดสำหรับคนทั่วไป เพราะสอดคล้องกับการเผาผลาญพักที่วัดจริงมากกว่าสูตรรุ่นเก่าอย่าง Harris-Benedict
ถ: ทำไมเลือก cut แล้ว protein ถึงสูงขึ้น?
ตอบ: ตอนขาดแคลอรี่ ร่างกายสลายกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงานได้ง่ายขึ้น และ protein สูงช่วยต้านเรื่องนี้ เครื่องมือจึงใช้ 2.2 g ต่อกิโลกรัมตอน cut เทียบกับ 1.8 g ต่อกิโลกรัมในกรณีอื่น ซึ่งทั้งคู่อยู่ในช่วง 1.6-2.2 g/kg ที่งานวิจัยรองรับ
ถ: ข้อมูลร่างกายของฉันถูกส่งไปไหนหรือเปล่า?
ตอบ: ไม่ เครื่องมือประมวลผลทั้งหมดในเบราว์เซอร์ของคุณ น้ำหนัก ส่วนสูง และอายุจึงไม่มีทางหลุดออกจากเครื่อง